Background Image

เคล็ดลับดูดี ดูอ่อนเยาว์ วัย 50 ยังแจ๋ว ตอน “งา” พืชเมล็ดจิ๋ว ที่ช่วยให้วัย 50+ ยังแจ๋ว

Home  /  news  /  เคล็ดลับดูดี ดูอ่อนเยาว์ วัย 50 ยังแจ๋ว ตอน “งา” พืชเมล็ดจิ๋ว ที่ช่วยให้วัย 50+ ยังแจ๋ว

เคล็ดลับดูดี ดูอ่อนเยาว์ วัย 50 ยังแจ๋ว ตอน “งา” พืชเมล็ดจิ๋ว ที่ช่วยให้วัย 50+ ยังแจ๋ว

December 2, 2017      In news Comments Off on เคล็ดลับดูดี ดูอ่อนเยาว์ วัย 50 ยังแจ๋ว ตอน “งา” พืชเมล็ดจิ๋ว ที่ช่วยให้วัย 50+ ยังแจ๋ว

เคล็ดลับดูดี ดูอ่อนเยาว์ วัย 50 ยังแจ๋ว ตอน “งา” พืชเมล็ดจิ๋ว ที่ช่วยให้วัย 50+ ยังแจ๋ว
หนึ่งในอาหารติดอันดับเพื่อสุขภาพวัย 50 ยังแจ๋ว คือ “งาขาวและงาดำ” ธัญพืชขนาดจิ๋ว ที่มีสารอาหารมากมายซ่อนอยู่ภายใน ถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านยา อาหาร และเครื่องสำอางมากว่า 2000 ปีเลยทีเดียว โดย สุนทรินทร์ สัจจะวัชรพงศ์ นักโภชนาการ

เมื่ออายุล่วงสู่วัย 50 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มปรากฏการเสื่อมถอยของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยแห่งกาลเวลา เดินเหินไม่คล่องตัว เหนื่อยง่ายจนหายใจหอบ ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายก็เหมือนว่าประสิทธิภาพการทำงานลดลง เห็นแบบนี้ ก็อย่าปล่อยปละละเลยสุขภาพตัวเอง โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและโภชนาการต่างๆ จำเป็นอย่างมากกับคุณๆ ในวัย 50 ปีขึ้นไป  เพราะสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่างๆ สามารถสร้างสมดุล  สร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรงต่อร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยง่าย ให้คุณๆดูดี ดูอ่อนเยาว์ต้านกาลเวลา 

หนึ่งในอาหารติดอันดับเพื่อสุขภาพวัย 50 ยังแจ๋ว คือ “งาขาวและงาดำ” 

งาเป็นพืชที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งถูกนำมาใช้ประโยชน์ด้านยา อาหาร และเครื่องสำอางมากว่า 2000 ปีเลยทีเดียว เพราะงาเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ 

งาขาวและงาดำ ประกอบด้วยสารอาหารอะไรบ้าง?
โปรตีน 20-25% โดยมีเมไธโอนีนสูงซึ่งเป็นกรออะมิโนจำเป็นต่อร่างกาย แต่งามีไลซินต่ำ ดังนั้น แนะนำให้รับประทานงาร่วมกับนมถั่วเหลืองที่มีไลซินสูง จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
ไขมันไม่อิ่มตัว  45-55% ซึ่งเป็นไขมันดี ช่วยในการลดคลอเรสเตอรอล และบำรุงผิวพรรณ
แร่ธาตุมากมายที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น เหล็ก ไอโดดีน สังกะสี เซเลเนียม และแคลเซียม โดยงามีแคลเซียมมากกว่าพืชทั่วไปถึง 20 เท่า การรับประทานงากับน้ำเต้าหู้จึงทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเสริม
อุดมไปด้วยวิตามินบี ช่วยบำรุงระบบประสาท และป้องกันอาการเหน็บชา

วัย 50+ แข็งแรงด้วยคุณค่า 8 ประการของ “งา”

 
ช่วยต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย เพราะงามีกรดลิโนเลอิก นอกจากนั้นสารเซซามอลในงาขาวยังช่วยในการป้องการเกิดออกซิเดชั่น อันเป็นตัวการทำให้เราแก่เร็ว มีริ้วรอย และป่วยง่าย อีกทั้งในงาดำก็มีสารเซซามีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์
ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพแก่เซลล์ผิว เพราะงาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินอีได้ถึง 10 เท่า
ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง เนื่องจากสารเซซามินมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผิวมีการสังเคราะห์คอลลาเจน ทำให้ผิวแลดูเต่งตึงเป็นธรรมชาติ
ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมให้กับร่างกาย เพราะงามีแคลเซียมสูง เพิ่มมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เนื่องจากสารเซซามินในงา สามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้
ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และลดการสะสมของไขมันในตับ เนื่องจากงาช่วยเพิ่มเมไธโอนีน กรดอะมิโนจำเป็นแก่ร่างกาย
ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในระบบประสาท เพราะงามีวิตามินบี ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทได้
ช่วยป้องกันการอักเสบต่างๆ จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบสารเซซามินสามารถช่วยลดการอักเสบได้

เรียกว่า “งา”  เป็นธัญพืชจิ๋วที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารสำคัญสำหรับวัย 50 ยังแจ๋ว ที่อยากดูดี ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งสามารถเติมเต็มมื้ออาหาร ของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ง่ายๆ เพียงนำงาขาวงาดำมาเป็นส่วนประกอบเสริมในมื้ออาหารของคุณ เช่น โรยบนข้าวสวย เมนูผัด ทำน้ำสลัด หรือดื่มในรูปแบบเครื่องดื่มชงร้อน เช่น น้ำเต้าหู้ผสมงาดำและงาขาว ก็จะยิ่งช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ได้ครบทั้งโปรตีนจากถั่วเหลือง และคุณประโยชน์มหาศาลจากงา.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

Comments are closed.